ซีรีส์ไตรภาค 7 ตอนของ Netflix เรื่อง The Queen’s Gambit 

The Queen’s Gambit

The Queen’s Gambit ซีรีส์ไตรภาค 7 ตอนของ Netflix สร้างจากนวนิยายของ Walter Tavis ปี 1983 ที่มีชื่อเดียวกัน “Queen’s Camby” ซึ่งเล่าเรื่องราวของ Elizabeth Harmon หรือ Beth ในห้องใต้ดินเบ ธ พบกับชบิล (บิลเคมป์) คนเฝ้าประตูเก่าและเรียนรู้ที่จะเล่นหมากรุกกับเขา จนกระทั่งเขาอายุ 13 ปีก็มีคนมาขอเธอเป็นบุตรบุญธรรม

The Queen’s Gambit

ซีรีส์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1950 ถึงทศวรรษที่ 1960 เบ ธ เติบโตขึ้นเมื่อเธอยังเด็กและเริ่มเข้าร่วมการแข่งขันหมากรุกชนะครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเธอมีชื่อเสียงอัลมา (แมรี่เฮลเลอร์) แม่เลี้ยงของเธอได้เลื่อนตำแหน่งให้เธอและกลายเป็นผู้จัดการ แต่ความรุ่งโรจน์ในวัยเด็กตามมาด้วยชัยชนะชื่อเสียงและเงินทอง เบ็ ธ ต้องแลกอะไรมากมาย ยาเสพติดโรคพิษสุราเรื้อรังและความปรารถนาในความรัก ณ จุดหนึ่งในชีวิตของเธอจมดิ่งลงเหว

พรแสวงสำคัญกว่าพรสวรรค์

หากมองอย่างลึกซึ้ง หนังเรื่องนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเบธมีพรสวรรค์ในเกมหมากรุกมาตั้งแต่เกิด แต่เธอได้หัดเรียนรู้กับไชบิล จากนั้นก็ค่อยๆ ฝึกฝนทบทวนบน ‘เพดานหมากรุก’ ทุกคืนด้วยตัวของเธอเอง เด็กกำพร้าผู้ไร้ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเริ่มมีโลกทั้งใบเป็นกระดานหมากรุก เมื่อได้เข้าเรียนในโรงเรียนเธอก็ยืมหนังสือหมากรุกในห้องสมุดมาอ่านเพื่อพัฒนาทักษะและศึกษาวิธีการเล่น เบธถึงขั้นขโมยนิตยสารหมากรุกที่ร้านขายของชำเพื่อมาอ่านและดูตารางการแข่งขัน (วันหนึ่งเมื่อเธอโตเป็นสาวและมีชื่อเสียง เธอกลับมาที่ร้านนี้พร้อมกับบอกคนขายว่า “ไม่ต้องทอน ถือว่าจ่ายเล่มที่ฉันเคยขโมยไป”) กระทั่งในเอพิโซดสุดท้ายก่อนการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่รัสเซียก็แสดงให้เห็นว่า “ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จแค่ไหน ก็ต้องไม่หยุดฝึกฝน พัฒนา และทุ่มเท”

อย่าติดกับดักแห่งชัยชนะ

ใครที่ดูมินิซีรีส์ชุดนี้จนจบจะพบว่าเอพิโซดแรกๆ ทำให้เบธและคนดูรู้สึกลำพองกับชัยชนะที่ได้รับครั้งแล้วครั้งเล่าราวจนกลายเป็นคน “แพ้ไม่เป็น” กระทั่งไปจนถึงกลางเรื่อง เบธเริ่มแพ้การแข่งขัน เธอรู้สึกผิดหวังกับตัวเองอย่างมากเพราะเป็นผู้ชนะมาโดยตลอด เธอติดกับดักแห่งชัยชนะจนประมาทคู่ต่อสู้ ไม่เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการแข่งขัน ‘เบธแพ้ภัยตัวเอง’ ซึ่งสิ่งนี้มักจะเกิดกับคนที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

เส้นทางชีวิตลิขิตเองได้

เบธไม่มีพ่อตั้งแต่เกิด ฝังใจกับภาพการฆ่าตัวตายของแม่ และอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายปี แม้เธอจะมีพ่อแม่บุญธรรมแต่ก็ใช่ว่าชีวิตจะราบรื่นและมีความสุขนัก เกือบทั้งชีวิตเบธต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว เพื่อนคนเดียวที่เธอมีคือโจลีน (มอสเซ็ส อินแกรม) ที่สถานเด็กกำพThe Queen’s Gambit ร้า เธอถูกเหยียดจากเพื่อนที่โรงเรียน ไม่มีสังคม เพื่อนสนิทตลอดชีวิตของเบธคือกระดานหมากรุก แต่เบธสร้างชีวิตใหม่ของเธอให้สวยงามขึ้นได้ด้วยพรสวรรค์และความมุมานะ เธอไม่ยอมจมปลักอยู่กับการถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กกำพร้า

ช่วงที่ชีวิตของเบธกำลังดิ่งลงเหวเพราะความพ่ายแพ้ ความโดดเดี่ยว เหล้า และยา โจลีนเตือนว่าตัวเธอเองนั่นแหละที่ขุดหลุมให้ตัวเองจนแทบจะขึ้นปืนกลับมาไม่ได้แล้ว ท้ายที่สุดแล้วเรานั่นแหละที่กุมชะตาชีวิตของเราเอง ผลลัพธ์ทั้งหมดเกิดจากการกระทำของตัวเราเอง ไม่ใช่ปูมหลังในอดีตหรือกล่าวโทษโชคชะตา

ผู้หญิงไม่ใช่เบี้ยล่าง

สะท้อนเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้นในยุค 60s ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ในสังคมเป็นแค่แม่บ้านคอยThe Queen’s Gambit ปรนนิบัติสามี “มีแค่ผู้หญิงชนชั้นล่างเท่านั้นแหละที่ต้องออกไปหางานทำ” แม่บุญธรรมของเธอเคยกล่าวไว้ แต่เบธได้กลายเป็นนักหมากรุกหญิงคนเดียวที่เดินเข้าไปในเกมกระดานซึ่งถูกมองว่าเป็นโลกของผู้ชาย และสามารถเอาชนะคู่แข่งผู้ชายทุกคนได้ โดยไม่สนใจคำครหาว่าเธอเป็นผู้หญิง “ฉันเล่นหมากรุกได้ง่ายขึ้นโดยที่ไม่มีลูกกระเดือกมากวนใจ” เบธกล่าว

ความรักคือแรงผลักดัน

เบธเป็น เด็กกำพร้า ที่อยู่กับความโดดเดี่ยว  The Queen Gambit  มาทั้งชีวิต เธอโหยหา ความรักจาก คนรอบข้างและต้องการความอบอุ่นจาก ครอบครัว เมื่อเธอโต เป็นสาวและ เริ่มสนใจเพศตรงข้าม ผู้ชายที่เธอ แอบชอบก็ดันเป็น ‘คู่แข่ง’ ซึ่งเธอตกหลุมรักได้ ไม่เต็มหัวใจ เบธเป็นผู้หญิง ที่ยืนด้วยลำแข้ง ของตัวเองตั้งแต่เด็ก ไม่มีป๊อปปี้เลิฟในโรงเรียน เมื่อเธอโต ขึ้นและสวยเพียบพร้อม จนเป็นที่ ต้องตาต้องใจของ หนุ่มๆ แต่ด้วยความ ที่เบธเป็น ‘ผู้คุมเกม’ ของตัวเองมาทั้งชีวิต บวกกับปูม หลังที่ถูกพ่อ ทิ้งไป (ทั้งพ่อแท้ๆ และพ่อบุญธรรม) เธอเลยไม่ต้องการให้ผู้ชายผูกมัดและมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์

เอพพิโซด สุดท้าย ของซีรีส์สร้าง ความซาบซึ้งใจ ด้วยการแสดงให้เห็นถึง ‘ความรัก’ ของคนมากมายที่แอบส่งไปถึงเบธ เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ตลอดระยะ เวลาที่ผ่านมา มีคนรอบข้างที่ ‘รัก’ และคอยส่งกำลังใจให้เธอ กระทั่งฉากไคลแม็กซ์สุดท้าย ทุกคนที่เคยเป็น ‘คนที่เธอเอาชนะ’ และ ‘คนที่เธอไม่ใยดี’ กลับคอยช่วยเหลือให้เธอคว้าชัยชนะ

หลายครั้งที่เราคิดไปเองว่า “ไม่มีใคร” อาจจะมีคนที่รัก และ ส่งกำลังใจให้คุณ อยู่เสมอก็เป็นได้ เพียงแต่คุณไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง

 

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *