ภาพยนตร์สงครามเรื่องยิ่งใหญ่ Patton แพ็ตตัน นายพลกระดูกเหล็ก

Patton ภาพยนตร์สงครามเรื่องยิ่งใหญ่

Patton ภาพยนตร์สงครามเรื่องยิ่งใหญ่

Patton ภาพยนตร์สงครามเรื่องยิ่งใหญ่ ชนะเลิศ 8 รางวัลออสการ์ประจำปี 1970 (รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) PATTON

เสนอภาพชีวิตของนายพลจอร์จ แพ็ตตัน (จอร์จ ซี. สก็อตต์ – ได้รับรางวัลออสการ์สาขานำชายยอดเยี่ยม) หนึ่งในสุดยอดนักรบที่

เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ แพ็ตตัน ผู้เชื่อว่าตนเองคือยอดนักรบในชาติก่อน คือนายทหารฝ่ายสัมพันธมิตรเพียงคนเดียว ที่สร้าง

ความหวาดหวั่นให้แก่ทหารนาซี เขาพิชิตนายพลรอมเมลในแอฟริกา แล้วจึงนำกองทหารของตนตะลุยทั่วยุโรปหลังวันดี-เดย์ แต่

ภายใต้ความปราดเปรื่องของเขา ยังมีความบ้าคลั่งและดื้อรั้นซ่อนอยู่ ทั้งนี้อารมณ์ของตัวเองคือศัตรูตัวเดียวที่เขาไม่สามารถเอาชนะ

ได้ (Francis Ford Coppola ร่วมเขียนบทภาพยนตร์)

เนื้อเรื่องกล่าวถึงวีรกรรมของแพตตันใน สงครามโลกครั้งที่สอง เริ่มตั้งแต่การมารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารในทะเลทรายอาฟริกา

เหนือ ที่พึ่งพ่ายแพ้อย่างยับเยินที่ Casserine Pass แพตตัน ได้นำระเบียบวินัยที่เคร่งครัดต่างๆ มาบังคับใช้กับทหาร เพื่อฟื้นฟูกำลัง

ใจและประสิทธิภาพ จนกระทั่งสามารถนำทัพรบชนะกองทัพเยอรมันได้อย่างงดงามในภายหลัง จากนั้นได้สร้างวีรกรรมครั้งสำคัญๆ

ในการรบที่ซิซิลี เกาะสำคัญของอิตาลี การรบในฝรั่งเศสภายหลังการยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์มังดี การตีโต้กองทัพเยอรมันใน Battle

of the Bulge และการยึดครองเยอรมันหลังสงคราม

สังเกตนะครับว่าในบรรดาสมรภูมิที่ แพตตัน ร่วมรบนั้น ไม่มีการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี มีแต่เป็นการรบก่อนและหลังจากสมรภูมิครั้งนั้น

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ปัญหาสำคัญที่ แพตตัน เผชิญอยู่ตลอดนั้น ไม่ใช่ทหารกองทัพเยอรมันที่เก่งกาจภายใต้การนำของ จอมพลรอม

เมล หรือแม่ทัพเยอรมันรายใด แต่กลับเป็นปัญหาทางด้านการเมืองในระหว่างประเทศสัมพันธมิตรด้วยกัน ที่ทำให้กองทัพอเมริกัน

ต้องถูกสั่งให้เล่นบทเป็นพระรองพี่เลี้ยงแก่กองทัพอังกฤษซึ่งมี จอมพลมอนต์โกเมอรี่ เป็นแม่ทัพคนสำคัญ และยังต้องคอยเอาใจ

รัสเซีย ทั้งๆ ที่มีระบอบการเมืองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ความขัดแย้งและแก่งแย่งแข่งดีระหว่าง นายพลแพตตัน แห่งสหรัฐอเมริกา และ จอมพลมอนต์โกเมอร์รี่ แห่งอังกฤษ นับเป็นประเด็น

สำคัญประเด็นหนึ่งในประวัติศาสตร์การรบใน สงครามโลกครั้งที่สอง ตามที่ปรากฏในเรื่อง Patton นี้ การรบครั้งสำคัญที่ทำให้ แพต

ตัน ขัดแย้งกับ มอนต์โกเมอร์รี่ อย่างรุนแรง คือการรบบนเกาซิซิลี ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอิตาลี เป็นกุญแจสำคัญของพันธมิตรใน

การนำทัพเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ของอิตาลี ซึ่ง แพตตัน ไม่ยินยอมที่จะเป็นเพียงพี่เลี้ยงป้องกันทางปีกให้กับกองทัพอังกฤษ แต่ได้ยอม

ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาในการทำตามแผนการรบของตนเพื่อที่จะทำให้ตนเองสามารถยึดเป้าหมายหลักของเกาะให้ได้ก่อน มอนต์โก

เมอร์รี่

ผลของความเชื่อมั่นและทรนงตนของ แพตตัน นั้น แม้ว่าจะทำให้ตนเองประสบความสำเร็จเหนือ มอนต์โกเมอร์รี่ สมใจอยาก แต่ก็

ต้องแลกด้วยความขุ่นข้องหมองใจของเพื่อนฝูงและผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยเช่นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่ง นายพล โอมาร์ แบรดลี่ย์ เพื่อน

สนิทที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา และที่ร้ายกว่านั้น แพตตัน ได้ถึงกับลงไม้ลงมือตบทหารในเต็นท์พยาบาลเพราะว่านายคนนั้นไม่ได้

รับบาดเจ็บ “ทางกาย” แต่อย่างใด และลงความเห็นว่าทหารผู้นั้น “ขี้ขลาด” แล้วสั่งให้สั่งทหารผู้นั้นกลับเข้าสู่สนามรบทันที

หนังสือพิมพ์อเมริกันได้ลงข่าวประณาม แพตตัน อย่างมากมาย ทำให้นายพลไอเซนฮาวร์ สั่งให้ แพตตัน ขอโทษ ผู้ใต้บังคับบัญชา

ทั้งกองทัพ จากนั้นได้ย้าย แพตตัน มาอยู่ในประเทศอังกฤษ และมอบหมายงานที่อัปยศในความรู้สึกของแพตตันอย่างมาก คือการ

คุมกำลังส่วนที่จะล่อหลอกให้กองทัพเยอรมันเข้าใจว่าสัมพันธมิตรจะยกพลขึ้นบกที่เมืองคาเล่ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับเกาะอังกฤษ

มากที่สุด อันจะทำให้การยกพลขึ้นบกจริงๆ ที่นอร์มังดีสะดวกยิ่งขึ้น

หลังจากสัมพันธมิตรขึ้นบกที่ฝรั่งเศสได้แล้ว แพตตัน ได้มารับตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพที่ 3 ของสหรัฐฯ โดยอยู่ภายใต้การบังคับ

บัญชาของ นายพลแบรดลี่ย์ เพื่อนเก่าที่เคยแต่เป็นลูกน้องแพตตันมาตลอด ซึ่งแพตตันก็ยินยอมแต่โดยดีเพราะต้องการทำศึก

ลบล้างความผิด และ แพตตัน ก็สามารถผลักดันให้การรบของสัมพันธมิตรคืบหน้าไปมาก แม้ว่าต่อมา กองทัพของ แพตตัน จะต้อง

ชงักงันลงในช่วงหนึ่งเพราะปัญหาการเมืองที่สัมพันธมิตรต้องเอาโควต้าน้ำมันของ แพตตัน ไปสนับสนุนกองทัพอังกฤษในการ

ทำลายฐานจรวดของเยอรมัน แต่เมื่อเยอรมันเปิดฉากการรุกใหญ่ใน The Battle of the Bulge ทางตอนเหนือที่นายพลมอนต์โกเม

อร์รี่รับผิดชอบอยู่ ก็เป็นโอกาสให้แพตตันสร้างความชอบในการนำทัพขึ้นไปช่วยเหลือกองพลพลร่ม 101 ของสหรัฐฯ ที่ถูกปิดล้อม

ในเมืองบาสตองก์อันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ นอกจาก แพตตัน กับกองทัพที่ 3 จะลงทุนอดหลับอดนอนเดินทัพกันทั้งวันทั้งคืน

แล้ว ยังได้ให้ทหารอนุศาสนาจารย์เขียนบทสวดมนต์ขอพรพระเจ้าให้หิมะหยุดตกด้วย หากพระเจ้ามีจริงแล้ว คำถามที่ว่า “พระเจ้า

อยู่ฝ่ายไหน?” ในเรื่อง The Longest Day คงได้รับคำตอบแล้วในเรื่อง Patton นี้เอง เพราะคำสวดดังกล่าวได้ผล ทำให้เครื่องบิน

สัมพันธมิตรสามารถสนับสนุนการรบภาคพื้นดินได้อีกครั้ง จนได้รับชัยชนะในที่สุด

ประการแรก เรื่อง Patton นี้ก็คล้ายกับภาพยนตร์ในช่วงปี 60-70 หลายเรื่องที่ไม่สามารถนำรถถังและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในยุค

สงครามโลกจริงๆ มาเข้าฉากได้ และจำต้องเอาอาวุธสมัยหลังมาเข้าฉาก ดังที่วิกิพีเดียล้อว่า เรื่อง Patton ได้นำรถถัง M47 และ

M48 ซึ่งเป็นรถถังสมัยหลังที่มีชื่อเรียกว่า “Patton” ตามชื่อของท่านนายพลผู้นี้มาเข้าฉากทั้งในฝ่ายสัมพันธมิตรและเยอรมัน

ถัดมา ในเรื่องดูเหมือนจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง แพตตัน กับ แบรดลี่ย์ ค่อนข้างมาก โดยไม่ได้มีผู้ใดแสดงเป็น นายพลไอ

เซนฮาวร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสัมพันธมิตรในยุโรปเลย มีแต่พูดถึงว่า ไอก์อย่างนั้น ไอก์อย่างนี้ อย่างไรก็ตาม ในวิกิพีเดียได้

กล่าวในประวัติของ แพตตัน ว่า ครอบครัวของ นายพลไอเซนฮาวร์ และครอบครัวของ แพตตัน นั้นมีความสนิทสนมกันมาก นี่จึงเป็น

อีกสาเหตุหนึ่งที่ แพตตัน ได้รับความไว้วางใจจากสัมพันธมิตรนอกเหนือจากความสามารถ และยังทำให้ แพตตัน ไม่ถูกลงโทษถึง

ขั้นถูกส่งตัวกลับสหรัฐฯ จากความผิดฐานตบทหารที่ซิซิลีด้วย พูดถึงกรณีตบทหารแล้ว ในวิกิพีเดียยังกล่าวด้วยว่า ทหารที่ถูกตบนั้น

มีสองคน ไม่ใช่คนเดียวอย่างในเรื่อง

ตัวผู้แสดงต่างๆ ไม่ว่า แพตตัน แบรดลี่ย์ มอนต์โกเมอร์รี่ นั้น ก็นับว่าหน้าตาใกล้เคียงกับตัวจริงในประวัติศาสตร์ แต่ที่ผิดคาดมากๆ

คือผู้แสดงเป็น จอมพลรอมเมล นั้น กลับกลายเป็นหนุ่มหล่อเฟี้ยว แทนที่จะเป็นชายวัยกลางคนค่อนข้างเตี้ย (สำหรับฝรั่ง) ศีรษะเถิก

คนที่หน้าตาคล้าย รอมเมล มากกว่า ได้แก่ ผู้แสดงเป็น รอมเมล ใน The Longest Day และผู้ที่แสดงเป็นผู้พันโคนิค ใน

เรื่อง Enemy at the Gates ซึ่งอาจเป็นดาราคนละยุคกับตอนสร้างหนังเรื่องนี้ แต่ยังไงก็น่าจะคัดตัวให้มากกว่านี้ซักหน่อยนะครับ

ประเด็นที่คาใจกันมากๆ คือเรื่องจุดจบของ แพตตัน ในเรื่อง แพตตัน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลประเทศเยอรมันหลังสงครามได้กลับมาเป็นคน

ปากกล้าวิจารณ์นู่นนี่จนมีคำสั่งเรียกตัวกลับสหรัฐฯ ในที่สุด ในหนังได้แต่งเรื่องว่า หลังจากร่ำลาใครต่อใครถ้วนหน้าแล้ว แพตตัน ได้

รอดจากอุบัติเหตุเกวียนพุ่งเข้าใส่อย่างหวุดหวิด แล้วก็ได้พาสุนัขไปเดินเล่นในทุ่งหญ้าก่อนจะไปกินข้าวมื้อสุดท้ายกับ แบรดลี่ย์ แต่

ตามประวัติศาสตร์จริงนั้น แพตตัน เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทำนองนี้ในเดือนธันวาคม 1945 (พ.ศ.2488) ซึ่งการจะสร้างหนังให้พระเอก

ตายตอนจบแบบตรงตามประวัติศาสตร์ก็ไม่น่าจะเป็นการเสียหายอะไรเลย

ดูหนังฟรี

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *