รัฐอัด 4 แสนล้านบาท ฟื้นเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาด โควิด19

คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยจะใช้วงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท หลัง โควิด19 และคาดว่าทยอยเบิกจ่ายได้ในปลายเดือน พ.ค.นี้ โดยมีแนวทางพัฒนา 3 เรื่องหลัก

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมแนวทางการฟื้นฟูเกษตรกรหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด19) ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สองของปีนี้ จะได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างเต็มที่ ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อการลงทุน การส่งออกและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก โดยในสัปดาห์หน้าจึงเตรียมเสนอโครงการเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยจะใช้วงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และคาดว่าทยอยเบิกจ่ายได้ในปลายเดือน พ.ค.นี้ โดยมีแนวทางพัฒนา 3 เรื่องหลัก คือ 1.การสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เชื่อมโยงกับการตลาดและการท่องเที่ยว 2.การนำระบบดิจิทัลมาช่วยสร้างฐานข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย และ 3.การทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นไปเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค (Regional Hub)

“โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน 400,000 ล้านบาทดังกล่าว จะต้องมีแผนที่ปฏิบัติได้ และมีขั้นตอน โดยจะเริ่มจากการนำคนมาฝึกอบรม ซึ่งส่วนนี้รัฐบาลจะให้เงินเป็นค่าจ้างให้คนมาอบรมด้วย เพื่อให้คนเหล่านั้นมีรายได้ และหลังจากอบรมการประกอบอาชีพแล้ว จะสนับสนุนสินเชื่อโดยให้ดอกเบี้ยต่ำ และหาตลาดให้ โดยอยากให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีปั๊มน้ำมันอยู่ทั่วประเทศมาช่วยขายสินค้าการเกษตร เช่น แทนที่จะเติมน้ำมันแล้วแถมน้ำดื่ม อาจเป็นการให้ผลไม้แทน รวมทั้งการดึงเกษตรกรอัจฉริยะ หรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เข้ามาช่วยเป็นแกนนำ”

นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เสนอโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธุรกิจชุมชนสร้างไทย ให้ที่ประชุมพิจารณา 3 ด้าน 1.การสร้างความมั่นคงทางอาหาร 2.การสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจชุมชนสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน 16,000 แห่ง อ่านเพิ่มเติม

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *