ดาวโจนส์พุ่งกว่า 300 จุด หลังร่วง 3 วัน ขานรับยอดค้าปลีก,คืบหน้าวัคซีนโควิด

ดัชนีดาวโจนส์ : ดาวโจนส์พุ่งกว่า 300 จุด หลังร่วง 3 วัน ขานรับยอดค้าปลีก,คืบหน้าวัคซีนโควิด

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด ในวันนี้ หลังจากร่วงลงติดต่อกัน 3 วัน ขานรับยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่ง และความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

ณ เวลา 21.22 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 28,796.65 จุด บวก 302.45 จุด หรือ 1.06%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 1.9% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 5 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.7% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนส.ค.

ยอดค้าปลีกดีดตัวขึ้นในเดือนก.ย. โดยได้แรงหนุนจากยอดขายเสื้อผ้า

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4%

ราคาหุ้นโบอิ้งพุ่งขึ้น 5% หลังจากที่สหภาพยุโรป (EU) ประกาศในวันนี้ว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX มีความปลอดภัยที่จะขึ้นบิน หลังจากมีการสั่งห้ามบินนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว

นายแพทริก ไค กรรมการบริหารของสำนักงานความปลอดภัยด้านการบินของสหภาพยุโรป (EUASA) ระบุว่า เขามีความพอใจต่อการที่บริษัทโบอิ้งได้ทำการเปลี่ยนแปลงเครื่องบินรุ่นดังกล่าว และ EU จะเปิดน่านฟ้าสำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ก่อนสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ถูกสั่งห้ามบิน หลังจากที่เครื่องบิน 2 ลำของรุ่นดังกล่าวได้ประสบอุบัติเหตุตกลงในปี 2561 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 346 คน

บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ แถลงในวันนี้ว่า ทางบริษัทจะยื่นจดทะเบียนวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ต่อสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในช่วงปลายเดือนพ.ย.

ทั้งนี้ ไฟเซอร์พัฒนาวัคซีนดังกล่าวร่วมกับ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี

ไฟเซอร์ระบุว่า การยื่นจดทะเบียนวัคซีนจะเกิดขึ้น ทันทีที่มีข้อมูลยืนยันผลการทดลองว่ามีความปลอดภัย โดยอาจมีการยื่นจดทะเบียนในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพ.ย.

แม้ว่าไฟเซอร์ไม่สามารถวางจำหน่ายวัคซีนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. แต่การยื่นจดทะเบียนดังกล่าวจะทำให้สหรัฐมีวัคซีนต้านโควิด-19 ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสกัดการแพร่ระบาดในสหรัฐ โดยขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดมากกว่า 8,200,000 ราย เสียชีวิตมากกว่า 222,000 ราย

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *