ก.ล.ต. ลงโทษทางแพ่ง กรณีอาศัยข้อมูลภายในซื้อหุ้น NOBLE

ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 2 ราย กรณีอาศัยข้อมูลภายในซื้อหุ้น NOBLE

ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดรวม 2 ราย ได้แก่ (1) นายกิตติ ธนากิจอำนวย กรณีเปิดเผยข้อมูลภายในเกี่ยวกับบริษัทโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (NOBLE) แก่บุคคลอื่น (2) นายคงภัทร์ จิรมณีกุล กรณีซื้อหุ้น NOBLE โดยรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน และเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่ง ส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด และชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดให้แก่ก.ล.ต. รวมจำนวน 15,952,104 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามบุคคลทั้งสองเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 นายกิตติได้รู้หรือครอบครองข้อมูลภายในเกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหุ้น NOBLE ที่ราคา 12.25 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาตลาดและนายกิตติซึ่งเป็นกรรมการและผู้บริหารของ NOBLE ในขณะนั้นได้เปิดเผยข้อมูลภายในดังกล่าวแก่นายคงภัทร์ (หลานเขยของนายกิตติ) โดยรู้หรือควรรู้ว่านายคงภัทร์อาจนำข้อมูลนั้นไปใช้ในการซื้อหุ้น NOBLE และนายคงภัทร์ได้ซื้อหุ้น NOBLE ในระหว่างวันที่ 4 – 11 มิถุนายน 2561 จำนวน 4,088,600 หุ้น ก่อนมีการเปิดเผยข้อมูลภายในดังกล่าวต่อสาธารณะในวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ทำให้นายคงภัทร์ได้รับผลประโยชน์จากกำไรในการซื้อหุ้น NOBLE เป็นเงินจำนวน 7,043,960 บาท

การกระทำของนายกิตติซึ่งเป็นบุคคลที่รู้หรือครอบครองข้อมูลภายในของ NOBLE และได้เปิดเผยข้อมูลภายในแก่นายคงภัทร์ เป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 242(2) ประกอบมาตรา 243(1) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 5 สำหรับการกระทำของนายคงภัทร์ที่ซื้อหุ้น NOBLE โดยรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในที่ได้รับการเปิดเผยจากนายกิตติ เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 242(1)
ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้ ก.ล.ต. นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับนายกิตติและนายคงภัทร์ โดยให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง ส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด และชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดให้แก่ก.ล.ต. ในส่วนของนายกิตติ คิดเป็นเงินรวม 653,795 บาท และนายคงภัทร์ คิดเป็นเงินรวม 15,298,309 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามนายกิตติและ
นายคงภัทร์ เป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลารายละ 12 เดือน

อ่านเพิ่มเติม

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *